[RGN403] พม่า - ย่างกุ้ง - หงสาวดี - พระธาตุอินแขวน 4 วัน 3 คืน บินตรงเชียงใหม่ 
Back

Destination : เมียนมา ,

Activity : Programs Tour

Duration : ออกเดินทางวันที่ 03 – 06 พ.ค. // 14 – 17 มิ.ย. //27 – 30 ก.ค. // 10 – 13 ส.ค. // 27 – 30 ก.ย. 2561

- สักการะพระธาตุอินทร์แขวน ณ เมืองไจ้โท (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) - สักการะเจดีย์ชเวมอดอว์ ณ เมืองหงสาวดี (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) - นมัสการ เจดีย์ชเวดากอง ณ เมืองย่างกุ้ง (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) - ขอพรธุระกิจค้าขายให้เจริญรุ่งเรือง พระสุริยัน-จันทรา / ขอพรเทพกระซิบและเทพทันใจ ที่เจดีย์โบตะทาวน์ - สักการะพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี / สักการะ พระบรมรูปพระสุพรรณกัลยา ณ วัดไจ่กะเลาะ - สักการะพระเกศาธาตุ ขยับได้ราวกับยังมีชีวิตอยู่ ณ วัดบารมี - หัวหน้าทัวร์และไกด์ท้องถิ่นคอยดูแลท่านตลอดการเดินทาง - รวมทิปไกด์และคนขับรถแล้ว - พักโรงแรมดี 4 ดาว อร่อยเด็ด!! กับเป็ดปักกิ่ง สลัดกุ้งมังกร กุ้งแม่น้ำย่าง - แถมฟรี!! กระเป๋าเป้สแตนดาร์ดทัวร์


Rate
Dates Price/Adult Single Only Children under 11 years
( Extrabed ) ( Not Extrabed )
อกกเดินทางวันที่ 03 – 06 พ.ค. // 14 – 17 มิ.ย. // 27 – 30 ก.ย. 2561 17,900 4,000 17,900 17,900
ออกเดินทางวันที่ 27 – 30 ก.ค. 61 // 10 – 13 ส.ค. 61 18,500 4,000 18,500 18,500

 

วันแรก      เชียงใหม่ - ย่างกุ้ง - พระธาตุอินทร์แขวน

 

10.00 น.        พร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ อาคารผู้โดยสารขาออก โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทคอยให้การต้อนรับ

12.00 น.        ออกเดินทางสู่กรุงย่างกุ้ง โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG723 (มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

12.55 น.        เดินทางถึง สนามบินมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง) 

บ่าย                นำท่านออกเดินทางสู่  คิมปูนแค้มป์ (เชิงเขาไจ๊ก์ทีโย) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงจากตัวเมือง ระหว่างทางท่านจะเห็นแม่น้ำสะโตง ซึ่งเป็นแม่น้ำที่มีความสัมพันธ์กับพระนเรศวรมหาราช พระองค์สามารถยิงพระแสงปืนข้ามแม่น้ำที่กว้างใหญ่นี้ไปต้องแม่ทัพพม่า จนได้รับชัยชนะถึงคิมปูนแค้มป์ หยุดพักเปลี่ยนรถเป็นรถบรรทุกหกล้อขึ้นบนภูเขาไจ้ก์โท เพื่อเดินทางสู่โรงแรมที่พัก ระหว่างทางชมทัศนียภาพอันสวยงามสองข้างทาง  (นั่งรถบรรทุกขึ้นไปจนถึงจุดบนสุดของภูเขาไจ๊ก์ทีโยที่เป็นที่ตั้งของพระธาตุอินทร์แขวน) (ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที) เชิญชมทัศนียภาพงดงาม ตื่นตาตื่นใจกับ “พระธาตุอินทร์แขวน” (ซึ่งอยู่ใกล้ที่พักมากใช้เวลาเดินเพียง 10 นาที) พระธาตุอินทร์แขวน ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้โท อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญของประเทศพม่า อยู่บนยอดเขา เหนือระดับน้ำทะเล 3,615 ฟุต มีลักษณะเด่นเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมา นับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ   และยังเป็นพระธาตุประจำปีจอ (สุนัข) ที่คนเกิดปีนี้ต้องไปนมัสการสักการะครั้งหนึ่งในชีวิต

ค่ำ รับประทานอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก  (มื้อที่ 1) นำคณะเข้าสู่ที่พัก  YOE YOE LAY HOTEL หรือเทียบเท่า  หลังอาหารเย็นเชิญท่านไปสักการะพระธาตุ ตามอัธยาศัย นมัสการ เทพทันใจพระธาตุอินทร์แขวน ซึ่งเป็น นักพรตที่มีความศักดิ์สิทธ์อีกแห่งหนึ่ง ท่านสามารถนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน ถ้าจะสักการะกลางแจ้งเป็นเวลานานบริเวณระเบียงที่ยื่นสู่พระเจดีย์ไจ้โท  ควรเตรียมเสื้อกันหนาว  หรือกันลม หรือผ้าห่ม ผ้าพันคอ เบาะรองนั่งเพราะพื้นที่นั่งมีความเย็นมาก พระเจดีย์องค์นี้เปิดตลอดคืน  (แต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับบุรุษที่เข้าไปปิดทององค์เจดีย์เปิดถึงเวลา 22.00น.) พระธาตุอินทร์แขวนนี้ เป็นที่มาและแรงบันดาลใจของกวีซีไรส์ ปี พุทธศักราช 2534 มาลา คำจันทร์ ที่แต่งวรรณกรรม เรื่อง “เจ้าจันท์ผมหอม   นิราศพระธาตุอินทร์แขวน”

 

 

วันที่สอง        อินทร์แขวน – วัดไจ้คะวาย - พระราชวังบุเรงนอง - เจดีย์ชเวมอว์ดอว์ -พระนอนชเวตาเลียว – เจดีย์ไจ๊ปุ่น – วัดไจ่กะเลาะ - ย่างกุ้ง – พระมหาเจดีย์ชเวดากอง –พระมหาเจดีย์ชเวดากอง - พระสุริยัน จันทรา

 

เช้าตรู่       เชิญท่านสักการะ พระธาตุอินทร์แขวน หรือถวายอาหารพระธาตุอินทร์แขวน ท่านจะพบกับบรรยากาศยามเช้าที่สดชื่น ทิวทัศน์งดงาม ความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนภูเขา ถ่ายภาพและชมทัศนียภาพรอบ ๆ พระธาตุ พิสูจน์ความมหัศจรรย์ว่าพระธาตุองค์นี้ตั้งอยู่ได้อย่างไร โดยไม่ล้มหรือหล่นลงมาการที่ก้อนหินสีทองวางหมิ่นเหม่บนหน้าผามานานนับพันปี โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านล่างขึ้นไปก็ดูคล้ายกับลอยอยู่เหนือหน้าผา ราวกับพระอินทร์นำไปแขวนไว้กลางอากาศนับเป็นอัศจรรย์เจดีย์

เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก (มื้อที่ 2)  เก็บสัมภาระพร้อมออกเดินทางกลับสู่ หงสาวดี ตามเส้นทางเดิม นำท่านตักบาตรพระสงฆ์กว่า 1,000 รูป ที่ วัดไจ้คะวาย สถานที่ที่มีพระภิกษุและสามเณรไป ศึกษาพระไตรปิฎกเป็นจำนวนมาก เมื่อถึงเวลาเพลจะมีพระสงฆ์ สามเณรเดินแถวกันเข้าสู่ห้องฉันเพล ระหว่างนั้นท่านสามารถนำสมุด ปากกา ดินสอไปบริจาคที่วัดแห่งนี้ได้ ณ วัดนี้นอกจากจะได้ตักบาตรแล้ว ทุกท่านสามารถถวายปัจจัย หรือ ถวายเข้าสาร  จากนั้นนำท่านชม เจดีย์ไจ๊ปุ่น ซึ่งมีอายุมากกว่า 500 ปี เป็นพระพุธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ ที่มีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะแบบมอญ ประกอบ ด้วยพระสมณะโคดม      (ทิศเหนือ), พระโกนาคม (ทิศใต้), พระกกุสันโธ (ทิศตะวันออก)และพระมหากัสสปะ (ทิศตะวันตก)สร้างโดยสี่สาวพี่น้องที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาสร้างพระพุทธรูปแทนตนเอง และสาบานตนไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ ซึ่งมีพระพุทธรูปองค์หนึ่งได้เกิดพังทลายและได้มีการบูรณะใหม่ทำให้พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะสวยงามแตกต่างไปจากองค์อื่นๆจากนั้นนำท่านชม

เที่ยง     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารเมืองหงสาวดี  (กุ้งแม่น้ำย่างคนละ 1 ตัว) (มื้อที่ 3)  นำท่านสักการะ พระเจดีย์ชเวมอดอว์ เจดีย์นี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์แห่งหงสาวดี และนับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า คนไทยนิยมเรียกว่า “พระธาตุมุเตา” ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งครั้งก่อนเป็นสถานที่ประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ ก่อนออกศึกของบูรพกษัตริย์ ในสมัยโบราณกาล ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์มอญหรือพม่า รวมทั้งพระเจ้าบุเรงนองด้วย และเมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระนางสุพรรณกัลยา ทรงประทับอยู่ในหงสาวดี ก็เคยเสด็จมานมัสการพระเจดีย์องค์นี้ ยังเคยผ่านการพังทลายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาแล้วถึง 4 ครั้ง ทำให้ปลียอดของเจดีย์องค์นี้หักพังลงมา แต่ด้วยความศรัทธาที่ชาวเมืองมีต่อเจดีย์องค์นี้ จึงได้ทำการสร้างเจดีย์ชเวมอดอว์ขึ้นมาใหม่ในปีพ.ศ.2497 ด้วยความสูงถึง 374 ฟุต (ตอนแรกที่สร้างสูง 70 ฟุต) นับเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในพม่า ส่วนปลียอดที่พังลงมาก็ได้ตั้งไหว้ที่มุมหนึ่งขององค์เจดีย์เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาควบคู่ไปกับเจดีย์องค์ปัจจุบัน  ท่านจะได้นมัสการ ณ จุดอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์และสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมาเพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป   นำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว เป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่า มีความยาว 60 เมตร สูง 17 เมตร สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามิคทิปปะ ใน พ.ศ. 1537 ในสมัยมอญเรืองอำนาจ มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาทต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน ด้านหลังพระองค์มีภาพวาดที่สวยงาม เมื่อครั้งก่อนพระพุธรูปองค์นี้ถูกปล่อยให้ทรุดโทรมจนกลายเป็นเพียงกองอิฐท่ามกลางป่ารก จนถึงปี พ.ศ. 2424 เมื่ออังกฤษสร้างทางรถไฟสายพม่า จึงได้พบพระนอนองค์นี้ จากนั้นในปี พ.ศ. 2491 หลังพม่าได้รับเอกราชก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ โดยทาสีและปิดทองใหม่ จนกลายเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามในปัจจุบัน   อีกทั้งยังสามารถเลือกซื้อของฝาก อาทิ ไม้แกะสลัก ไม้จันทร์หอม  ผ้าปักพื้นเมือง ผ้าพิมพ์เป็นรูปต่างๆ   พระราชวังบุเรงนอง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2109 เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ ปี พ.ศ. 2142 ในสมัยพระเจ้านันทบุเรง ซึ่งพระราชวังเดิมนั้นเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และถูกจับเป็นตัวประกัน มีการค้นพบเสาและกำแพงเดิมที่ถูกฝังอยู่ในดิน รัฐบาลพม่าจึงได้ทำการขุดค้นและสร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นมาใหม่ โดยถอดแบบจากของเดิม ซึ่งพระตำหนักที่ประทับบรรทมสีทองเหลืองอร่ามที่ดูโดดเด่นชวนมองในรูปแบบสถาปัตยกรรมพม่า และท้องพระโรงที่ใช้ออกว่าการก็ดูโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมพม่าสีทองเหลืองอร่ามทั้งภายนอกและภายใน  จากนั้นเดินทางกลับย่างกุ้ง ระหว่างทาง นำทุกท่านนำท่านแวะสักการะ พระบรมรูปพระสุพรรณกัลยา ณ วัดไจ่กะเลาะ วัดแห่งนี้เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ที่เก็บอัฐิของพระสุพรรณกัลยา โดยมีซุ้มรูปปั้นของพระนางเป็นรูปสักการะด้วยเรื่องราวของพระนางได้เลือนหายไปตามกาลเวลานับ 400 ปี เชื่อกันว่าหลวงปู่โง่น ได้มาทำพิธีปลดปล่อยดวงวิญญาณพระสุพรรณกัลยาและเหล่านายทหารไทยที่ถูกจองจำตั้งแต่ครั้งเสียเสียสละพระองค์เป็นตัวประกันเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง ร่วมสวดมนต์อุทิศกุศลให้ดวงวิญญาณบรรพบุรุษไทยในอดีต จากนั้นนำท่านสักการะ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองพม่า เป็นเจดีย์ทองคำที่งดงาม ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเมืองย่างกุ้ง มีความสูง 109 เมตร ประดับด้วยเพชร 544 เม็ด ทับทิม นิล และบุษราคัมอีก 2,317 เม็ด มหาเจดีย์ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่น้ำหนักถึง 1,100 กิโลกรัม โดยช่างชาวพม่าจะใช้ทองคำแท้ตีเป็นแผ่นปิดองค์เจดีย์ไว้รอบว่ากันว่าทองคำที่ใช้ในการก่อสร้างและซ่อมแซมพระมหาเจดีย์แห่งนี้มากมายมหาศาลกว่าทองคำที่เก็บอยู่ในธนาคารชาติอังกฤษเสียอีก  รอบๆฐานพระมหาเจดีย์รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ นับร้อยองค์ มีซุ้มประตูสี่ด้าน ยอดฉัตรองค์   พระมหาเจดีย์ประกอบด้วยเพชรและพลอยมากมาย ภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย และยังเป็น 1ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า ซึ่งมีทั้งผู้คนชาวพม่า และชาวต่างชาติพากันสักการะทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่ขาดสาย ณ ที่แห่งนี้มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นความงามของวิหารทิศที่ทำเป็นศาลาโถงครอบด้วยหลังคาทรงปราสาทซ้อนเป็นชั้นๆ ที่เรียกว่า    พยาธาตุ รายรอบองค์พระเจดีย์ ภายในประดิษฐานพระประธานสำหรับให้ประชาชนมากราบไหว้บูชา คำไหว้พระมหาเจดีย์ชเวดากอง วันทามิ อุตตมะ ชมพู วระฐาเน สิงกุตตะเร มะโนลัมเม สัตตัง สะรัตนะ ปฐมังกกุสันธัง สุวรรณะ ตันตัง ธาตุโย ธัสสะติ ทุติยัง โกนาคะมะนัง ธัมมะ การะนัง ธาตุโย ธัสสะติ ตติยัง กัสสปัง พุทธจีวะรัง ธาตุโย ธัสสะติ จตุกัง โคตะมัง อัตถะเกศา ธาตุโย ธัสสะติ อหัง วันทามิ ตุระโต อหัง วันทามิ ธาตุโย อหัง วันทามิ สัพพะทา อหัง วันทามิ สิระสา

*** อธิษฐานพร้อมด้วยใบไม้ที่แปลว่าชัยชนะและความสาเร็จ ***

ก่อนถึงจุดอธิษฐาน ขอพรพระมหาเจดีย์ชเวดากอง นำทุกท่านเข้าสักการะ พระสุริยัน จันทรา เป็นศาลเล็กๆ ลักษณะโดดเด่นที่จั่วหลังคามีรูปนกยูงและกระต่าย ชาวพม่ามากราบไหว้ขอพรเกี่ยวกับธุระกิจค้าขายให้เจริญรุ่งเรือง แม้กระทั่งรายการดังรายการหนึงในเมืองไทยเคยมากราบไหว้ขอพร ยังยืนยันต้วยตนเองเลยว่า พระสุริยัน-จันทรา มีความศักดิ์สิทธิ์จริง เป็นอีกหนึงสถานที่ ที่ต้องไม่พลาด

ค่ำ     รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 4)   นำคณะเข้าสู่ที่พัก  BEST WESTERN HILL HOTEL หรือเทียบเท่า  

 

 

วันที่สาม          เจดีย์โบตะทาวน์ - วัดงาทัตจี - พระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตยี - วัดบารมี - สก๊อตมาร์เก็ต

 

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก  (มื้อที่ 5)  นำท่านนมัสการ เจดีย์โบตะทาวน์ ซึ่งโบตะทาวน์ แปลว่า เจดีย์นายทหาร 1,000 นาย ได้สร้างเจดีย์โบตะทาวน์นี้และทรงนำพระธาตุ ไว้ 1 เส้น ก่อนที่จะนำไปบรรจุที่เจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ เมื่อเดินเข้าไปในเจดีย์สามารถมองเห็นพระเกศาธาตุได้อย่างใกล้ชิด   สักการะขอพร พระพุธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวามือ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้งเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลป์กัตตาในอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายพันธมิตรที่ถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ต   จากนั้นนำทุกท่านขอพร นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ ซึ่งชาวพม่ารวมถึงชาวไทยนิยมไปกราบไหว้บูชา ด้วยที่เชื่อว่าเมื่ออธิษฐานสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ  สักการะ เทพกระซิบ อะมาดอว์เมี๊ยะ ตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้ารักษาศีล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัตซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว การบูชานั้นจะต้องกระซิบขอพรที่ข้างหูเบาๆ และ นำทุกท่านสักการะ วัดงาทัตจี มีพระพุธรูปองค์ใหญ่ หลวงพ่องาทัตจี แปลว่า หลวงพ่อที่สูงเท่าตึก 5 ชั้น เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่แกะสลักจากหินอ่อน ทรงเครื่องแบบกษัตริย์  เครื่องทรงเป็นโลหะ ส่วนเครื่องประกอบด้านหลังจะเป็นไม้สักแกะสลักทั้งหมด และสลักป็นลวดลายต่างๆ จำลองแบบมาจากพระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยยะตะนะโบง        (สมัยมัณฑเลย์)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 6) หลังจากนั้นนำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตยี ซึ่งเป็นพระนอนที่มีความสวยงามที่สุดและดวงตาสวยที่สุดของประเทศพม่าที่บริเวณพระบาทมีภาพวาดรูปสรรพสิ่ง อันล้วนเป็นมิ่งมงคลสูงสุด  ประกอบด้วยลายลักษณธรรมจักรข้างละองค์ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาท และล้อมด้วยรูปอัฎจุตรสตกมงคล 108 ประการ พระบาทมีลักษณะซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย นำทุกท่านเข้าสู่ วัดบารมี ให้สักการะพระเกศาของพระพุทธเจ้า ที่เชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่จริง ด้วยองค์พระเกศาธาตุนี้เมื่อนำมาวางบนจานแก้ว จะสามารถเคลื่อนไหวได้อีกทั้งวัดนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นที่เก็บองค์พระบรมสารีริกธาตุไว้มากที่สุดด้วยไม่ว่าจะเป็นของพระโมคาลา  พระสารีบุตร และองค์พระอรหันต์ต่าง ๆ  จากนั้นนำท่านเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่ ตลาดสก๊อต ซึ่งสร้างเมื่อครั้งพม่ายังคงเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ ให้ท่านได้เลือกชมและเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกพื้นเมืองมากมายในราคาถูก เช่น ไม้แกะสลัก พระพุทธรูปไม้หอมแกะสลัก แป้งทานาคา ผ้าปักพื้นเมือง เครื่องเงิน ไข่มุก และหยกพม่า

ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (เป็ดปักกิ่ง + สลัดกุ้งมังกร) (มื้อที่ 7) นำคณะเข้าสู่ที่พัก  BEST WESTERN HILL HOTEL หรือเทียบเท่า   

 

 

วันที่สี่          วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี – เชียงใหม่

 

เช้า    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก  (มื้อที่ 8)  จากนั้นชม วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี นั้นนับว่าเป็นอีกวัดที่มีความสำคัญอย่างมากของเมืองย่างกุ้ง โดยในเเต่ละวันนั้นจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมกันอย่างไม่ขาดสาย เพระถือเป็นสิ่งมงคลยิ่งสำหรับชาวพุทธที่ในชีวิตจะมีโอกาสซักครั้งที่จะได้มานมัสการพระเขี้ยวเเก้วของพระพุทธองค์ การก่อสร้าง วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี นั้นมิได้เพื่อบรรจุพระเขี้ยวเเก้ว เพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากเเต่ต้องการให้เป็นอีกวัดคู่เมืองย่างกุ้งอีกด้วย เราจึงจะให้ความงดงามอ่อนช้อยของสถาปัตยกรรมเเบบพุกามโบราณอยู่ตลอดทั้งวัด ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมนั้นสามารถเห็นสถาปัตยกรรมเเบบพุกามได้โดยที่ยังไม่ต้องเดินทางไปถึงเมืองพุกามเลย ซึ่งเจดีย์ที่ประดิษฐานพระเขี้ยวเเก้วไว้นั้นจะมีความสวยงามเป็นอย่างมาก ด้วยโครงสร้างทรงปราสาทเเบบเเปดเหลี่ยมก็ทำให้มันโดดเด่นสะดุดตาด้วยยอดด้านบนที่เป็นท่องคำเเท้อร่ามตาเป้นอย่างมาก เเละคุณต้องไม่พลาดในการถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก เพราะในเมืองย่างกุ้งเเล้วจะมีเพียงที่วัดนี้เท่านั้นที่มีสถาปัตยกรรมเเบบพุกามตั้งอยู่ ในส่วนของภายในเจดีย์ภายใน วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี นั้นก็เรียกว่ามีความงดงามไม่เเพ้กัน โดยคุณจะเห็นตรงกลางบุษบกที่เอาไว้สำหรับประดิษฐานพระเขี้ยวเเก้วนั้นมีสีทองเหลืองอร่ามสวยงามสง่าเป็นอย่างมาก ซึ่งพระเขี้ยวเเก้วองค์นี้ทางรัฐบาลพม่าได้รับมาจากประเทศจีน เเม้ว่าจะมีขนาดเล็กเเต่ทางวัดก็ทำการติดตั้งกล้องวีดีโอถ่ายให้คุณสามารถเห็นภาพได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว เรียกว่ามีการนำเทคโนโลยีเข้าช่วยอย่างน่าสนใจ ส่วนรอบๆ บุษบกก็จะมีพระพุทธรูปปรางค์ต่างๆ ประดิษฐานอยู่อหลายองค์ด้วยกัน ซึ่งเเต่ละองค์นั้นก็ถือได้ว่ามีความงดงามเป็นอย่างมากเลยทีเดียว สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานย่างกุ้ง เพื่อเดินทางกลับเชียงใหม่

13.10 น. ออกเดินทางกลับเชียงใหม่ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG724 (มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

15.05 น. คณะเดินทางถึงท่าอากาศนานาชาติเชียงใหม่ โดยสวัสดิภาพ พร้อมด้วยความประทับใจ...

 

 

“DISCOVER THE COLORFUL WORLD”

 

 

หมายเหตุ

-     โปรแกรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยถือประโยชน์ลูกค้าเป็นสำคัญ

สิ่งที่ควรเตรียมไป  สัมภาระส่วนตัว เช่น เสื้อแขนยาว, รองเท้าสวมใส่สบาย, หมวก, ไฟฉาย, ยารักษาโรค

 

 

 

อัตรานี้รวม     

   

1. ค่าตั๋วเครื่องบินสายการบินบางกอกแอร์เวย์ (PG) ไป – กลับ ตามรายการ และรวมค่าภาษีน้ำมัน (อาจมีการเปลี่ยนแปลง)

2. ค่ารถนำเที่ยวและค่าที่พัก, ค่าอาหารตามรายการ

3. ไกด์และค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่

4. มีประกันอุบัติเหตุการเดินทาง (Personal  Accident) วงเงินท่านละ  1,000,000  บาท

5. ฟรี ! กระเป๋าเป้ Standard Tour 1ใบ /ท่าน

6. ค่าทิปไกด์และคนขับรถ 

 

 

อัตรานี้ไม่รวม

 

1. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (ในกรณีที่ท่านต้องการใบเสร็จกำกับภาษี)

2. ค่ามินิบาร์ในห้องพัก และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นอกเหนือรายการที่ระบุ

3. ค่าน้ำหนักกระเป๋า เกิน 20 กิโลกรัม/ท่าน

 



Tag : เชียงใหม่ย่างกุ้งพระธาตุอินทร์แขวนอินทร์แขวนวัดไจ้คะวายพระราชวังบุเรงนองเจดีย์ชเวมอว์ดอว์พระนอนชเวตาเลียวเจดีย์ไจ๊ปุ่นวัดไจ่กะเลาะ - ย่างกุ้ง – พระมหาเจดีย์ชเวดากอง –พระสุริยัน จันทรา - เจดีย์โบตะทาวน์ - วัดงาทัตจี - พระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตยี - วัดบารมี - สก๊อตมาร์เก็ต - วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี
Comment

Contact Infomation

Address
172/8 Chang Klan Road, A.Muang Chiang Mai 50100, Thailand
E-mail Contact
master@standardtour.com,
bd-emarketing1@standardtour.com
Customer Service
โทรศัพท์:+66(0)53-820660,
โทรศัพท์:+66(0)8 9756 6699

TAT License No. 21/00296